Skip to content

Posts from the ‘คมคิด ผู้นำ และนักบริหารยุค Digital’ Category

7
มี.ค.

Heart at Work and People (หัวใจอยู่ที่งานและผู้คน)

4 ระดับพลังงานขับเคลื่อนความสำเร็จ 

1) วิสัยทัศน์
  • อนาคตขององค์กร และคนในองค์กร จะออกมาในรูปแบบไหน
  • บ่งชี้การทำงานเพื่อการมีอนาคต ไม่ใช่เพื่ออดีต
  • ท่อลำเลียงที่จะส่งเป้าประสงค์ และความคาดหวังของคุณไปสู่ลูกทีม
  • องค์กรและผู้คน รู้ว่าสมควรจะมุ่งหน้าไปทางไหน
2) ภารกิจ
  • กำหนดความสนใจ และความเข้มข้นในทุกสิ่งที่คุณและทีมสนใจ
  • ช่วยให้คุณ และลูกทีมยังอยู่บนเส้นทาง
  • การดำรงคงอยู่ของลูกทีม ขึ้นอยู่กับความเข้าใจทั้งคำพูด และความหมายของรายการภารกิจ
3) จุดมุ่งหมาย
  • เงิน ครอบครัว ลูกทีม ชุมชน สังคม เกียรติยศ และความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว์
  • เป็นแรงบันดาลใจขับเคลื่อนการกระทำ
4) เนื้องาน
  • ตัวก่อเกิดผลงาน
  • การสร้างความเป็นรูปธรรม
  • การปฏิสัมพันธ์กับตลาด

6 ระดับชั้น ของพลังแห่งการมุ่งมั่น

ชั้นที่ 1) พฤติกรรม เช่น การรักษาคำพูด ความมีวินัย
ชั้นที่ 2) ความคิดและความรู้สึก เช่น การคิดบวก ความใจสู้
ชั้นที่ 3) ทัศนคติ มีอยู่สองแบบ คือ ลบ และ บวก
ชั้นที่ 4) ความเชื่อ มีอยู่สองแบบ คือ ส่งเสริม และ เหนี่ยวรั้ง
ชั้นที่ 5) คุณค่า คำที่เราคุ้นคือ “ค่านิยม” ของตัวเราว่าเราเป็นคนแบบไหน เช่น ยอมแพ้ง่ายไม่อดทน หรือ เรียนรู้พัฒนาคน
ชั้นที่ 6) ความภาคภูมิใจในตัวเอง (ลึกที่สุด และส่งเสริมกันขั้นต่อขั้น)

รู้จักคลังทักษะ และคุณสมบัติของตัวเอง

ทักษะของคุณ vs คุณสมบัติด้านบวกของคุณ
ทักษะของคุณ : การนำเสนอธุรกิจ และการขายสินค้า, การโทรนัดหมาย, การติดตาม, การตอบข้อโต้แย้ง, ทักษะการโค้ชชิ่ง, การเอ๊กซเรย์องค์กร, การจัดประชุม, การทำอาฟเตอร์มีทติ้ง และอื่นๆ
คุณสมบัติด้านบวก : กฎของการมีสุข มีความหงุดหงิดได้ยาก คิดบวก ไม่ย่อท้อ ทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี สู้ แก้ปัญหายากๆได้ ขยันแบบฉลาด และอื่นๆ ยิ่งมีมากข้อยิ่งส่งเสริมตัวคุณ

5 องค์ประกอบพื้นฐานของการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ

  1. กำหนดผลลัพธ์ที่คุณต้องการจะประสบความสำเร็จที่แน่นอน และชัดเจน
  2. สร้างแผนงานที่เมื่อปฏิบัติตามแล้ว จะทำให้บรรลุเป้าได้ (พิมพ์เขียวองค์กร วิธีซึ่งให้ได้มาซึ่งพีวีในโครงสร้างที่ออกแบบ เนื้องานแค่ไหนในแต่ละวัน)
  3. สร้างแรงจูงใจภายในที่จำเป็นในการลงมือทำงาน (ซึ่งจะทำให้เอาชนะอุปสรรคปัญหาได้) ถ้ามีแต่แรงจูงใจภายนอก จะทำให้ยอมแพ้เร็ว ดังนั้น ต้องเข้าสัมมนา WHY จะทำให้ค้นหาแรงจูงใจภายในได้
  4. สร้างความเชื่อมั่นกับความมั่นใจให้คุณ และสมาชิกในทีมเพื่อทำให้ทุกคนสามารถทำงานในระดับที่ดีที่สุดได้ (ไปให้สุดความสามารถ ความสามารถของเราจะถูกอัพเกรดขึ้น ทั้งการพัฒนาตน การออกไปทำงาน และการโค้ชชิ่งทีม)
  5. ค่อยๆสร้างความมุ่งมั่น เพื่อทีมจะได้ไม่ท้อถอย เมื่อต้องเผชิญปัญหา หรือ อุปสรรคต่างๆ

5 เหตุผลที่ทำให้คุณล้มเหลว

  1. ขาดความมุ่งมั่น และถอนตัวไปก่อน
  2. ขาดความเชื่อมั่นอย่างเข้มข้นว่า พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จตามที่ปรารถนาได้
  3. ไม่ได้รับการกระตุ้นให้ลงมือปฏิบัติ
  4. ขาดแผนงานและไม่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะประสบความสำเร็จ
  5. ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ที่ต้องการได้มา นั้นคืออะไร

3 องค์ประกอบสำคัญพื้นฐานสู่การเป็นผู้นำ “ผู้ได้ใจคน”

  1. มีจุดยืนที่มั่นคง (ชัดเจน ไม่ใช่ย้ายค่ายบ่อย ชวนทีมงานไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีคนตามน้อยลง)
  2. หัวใจแห่งผู้รับใช้ ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่มีแต่ปริมาณ (ไม่เอาตนเองเป็นที่ตั้ง เอาความสำเร็จดาวไลน์มาก่อน จะได้ใจผู้คน และได้ความร่วมแรงร่วมใจ)
  3. ความเอาใจใส่ในตัวผู้อื่น (ถามไถ่ เป็นห่วงเป็นใย ไม่ใช่คุยแต่เรื่องพีวีเรื่องธุรกิจ)
ซึ่งถ้ามีสามเรื่องนี้ จะทำให้เกิด “ไว้วางใจ ร่วมแรงร่วมใจ ความภักดี” ซึ่งคู่แข่งจะมองไม่ออก คิดว่าเป็นแต่เรื่องสินค้า และบริการเท่านั้น

พันธมิตร 3 ระดับ

  1. ระดับทัศนคติ : ดาวไลน์รู้สึกดีกับคุณ และคุณก็รู้สึกดีกับดาวไลน์
  2. ระดับของความเชื่อ : เชื่อมั่นในตัวอัพไลน์ เพราะอัพไลน์ทำอะไรแล้วได้ผล จะทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น
  3. ระดับของการยอมรับร่วมกัน : ได้ใจกัน ดาวไลน์ยอมรับอัพไลน์ และอัพไลน์ก็ยอมรับดาวไลน์ จะไม่มีซักวินาทีที่คิดถึงเรื่องบั่นทอนพลัง ต้องคิดถึงด้านของความละเอียดอ่อนบางด้านที่ขาดหายไป ซึ่งมนุษย์จะเก็บมาคิด เหมือนแก้วที่มันร้าวยากที่จะต่อติดยาก
“จงสร้างโบสถ์วิหาร อย่าคิดว่าเราก่ออิฐ”
6
มี.ค.

The 20/80 Rule (ทำ 20 ให้ได้ 80)

          เฉกเช่น ร่างกายของเรา ที่มีจุดสลบที่เมื่อโดนตึ แล้วจะสลบ เช่น ท้ายทอย โดนตีก็จะสลบได้ แต่ว่าตีแขนหรือขา ก็จะไม่สลบ ดังนั้น ชีวิตเราก็เหมือนกัน ที่เราจะต้องมาดูว่า มีจุดไหนบ้างที่จะ ทำ 20 ให้ได้ผลลัพธ์ 80 คือ ทำไม่เหนื่อยแบบเก่า แต่ผลลัพธ์จะได้มากกว่าเดิม
1) ปรับเปลี่ยนกรอบความคิด
    – เข็มนาฬิกา vs เข็มทิศ –> คนส่วนใหญ่ในโลก ทำงานด้วยเข็มนาฬิกา ไม่ใช้เข็มทิศ คุณต้องตอบคำถามนี้
“คุณกำลังพยายามมุ่งไปทางไหน และทำอะไร สำคัญกว่าคุณจะทำงานได้มากขึ้นหรือไม่ และทำได้ดีแค่ไหน”
“คุณกำลังทำสิ่งทีทำให้คุณบรรลุเป้าหมายหรือไม่”
    – เข็มนาฬิกา คือ ข้อผูกมัด การนัดหมาย แผนกำหนดการ เป้าหมาย กิจกรรมต่างๆ การสื่อสารกับทีม
    – เข็มทิศ คือ วิสัยทัศน์ คุณค่า หลักการ (กฎ) อัตลักษณ์ จิตสำนึก ทิศทางที่คุณดำเนินชีวิต (ถ้าชีวิตยังไม่ดี คนรอบข้างก็ฟีดแบคไม่ดีกับคุณ แสดงว่าคุณจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง เช่น หนังสือที่คุณอ่าน วิธีคิดของคุณ นิสัยของคุณ เป็นต้น)
2) กรอบความคิดกำหนดส่ิงที่คุณจะได้รับ
มองเห็น –> ปฏิบัติ –> ได้รับ —> มองเห็น —->
(จุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้น ต้องดูแลกรอบความคิดของคุณให้ดี)
สภาวะการติดอยู่ในความเร่งรีบ (4 qaudrant of prioritize) เวลาส่วนใหญ่ควรอยู่กับงานสำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน คือ การมองวิสัยทัศน์ การพัฒนาตนพัฒนาทีม การวางแผนงาน การกำหนดค่านิยม การสร้างสายสัมพันธ์ (บัญชีออมใจ ต้องปฏิบัติตนสม่ำเสมอต่อเนื่อง จึงจะชนะใจคน) การสอนอย่างถูกต้อง การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ (ยิ่งมีปัญหากับใคร ยิ่งต้องสื่อสาร ความเงียบ คือ การเพิ่มปัญหา ไม่ฟัง ไม่ปรับ ยิ่งไปกันไม่ได้ สายสัมพันธ์ยิ่งแย่ไปกันใหญ่)
*** เอาเวลา 3 4 มาใช้กับ 2 สุดท้าย ทำ 2 มากขึ้น 1 จะลดลง เราจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่กับ 2 ***
3) การยกระดับตน ด้วยการผนึกพลังความต้องการพื้นฐานทั้งสี่
   – กายภาพ เช่น ร่างกาย การแต่งกาย
   – สังคม เช่น การมีเพื่อน เข้าสังคม
   – สติปัญญา เช่น มนุษย์ความมีสติปัญญาเพิ่มพูน เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดย ฟังซีดี อ่านหนังสือ เข้าสัมมนา
   – จิตวิญญาณ เช่น การคิดถึงองค์กร สังคม ประเทศชาติ ถ้าหากคิดระดับจิตวิญญาณ จะทำให้เราอัพเกรดความสามารถได้ เพราะเราจะมุ่งให้คุณค่ากับคนอื่น แล้วเราจะมีพลังล้นเหลือ
ศักยภาพเฉพาะของมนุษย์ 4 ประการ
  1. การรู้จักตนเอง
  2. จิตสำนึก (รู้เรื่องอะไรควรไม่ควร เช่น จรรยาบรรณ และการสำนึกคุณ) เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่อย่างมีจิตสำนึก
  3. ปณิธานแห่งอิสรภาพ (ควรต้องมีแรงฮึด เพื่อสร้างอิสรภาพให้ได้)
  4. จินตนาการสร้างสรรค์ (เพื่อสร้างความสำเร็จ)
4) การบริหารเวลาโดยการวางกรอบปี แต่จดจ่อรายสัปดาห์
(วางแผนงานรายปี และรายไตรมาส ซึ่งช่วงเวลา 3 เดือนเป็นช่วงเวลาที่คุณปรับอะไรได้ ไม่ยาวไม่สั้นเกินไป, ลงมาเนื้องานรายเดือน และรายสัปดาห์ ซึ่งจะครอบคลุมงานพัฒนาตน และเนื้องานเพื่อสร้างธุรกิจ แต่เราจะไม่จดจ่อรายวัน ซึ่งสั้นเกินไป เปรียบเสมือนคนหาเช้ากินค่ำ)
  1. เชื่อมโยงเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และปณิธานชีวิตของคุณ (ปณิธานที่เป็น ผู้นำที่ช่วยเหลือ เปลี่ยนแปลง ยกระดับชีวิตผู้คน) จงตอบคำถามเหล่านี้ปีละครั้ง
    1. อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ในชีวิตของคุณ
    2. อะไรคือส่ิงที่ทำให้ชีวิตของคุณมีความหมาย
    3. คุณอยากที่จะเป็นอะไร และต้องการที่จะทำอะไรในชีวิต
  2. กำหนดบทบาทของคุณ และส่ิงที่คุณต้องทำรายสัปดาห์ สิ่งที่ต้องทำในบทบาทต่างๆ เช่น ดาวน์ไลน์ อัพไลน์ ผู้จัดการ ผู้นำ เทรนเนอร์ เชียร์ลีดเดอร์ คนขององค์กร ซึ่งไม่ว่าจะสัปดาห์ไหน คุณต้อง “ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ”
  3. ปรับและเลือกเป้าหมาย ในพื้นที่ 2 สำหรับแต่ละบทบาท
  4. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันทำสิ่งเหล่านี้ในสัปดาห์หน้า
    1. ฉันจะรู้สึกอย่างไร ต่อบทบาทที่ฉันเป็น
    2. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันทำได้เพียงบางอย่าง
    3. ฉันจะได้รับผลแตกต่างต่อชีวิต ในทางบวกหรือไม่
    4. ถ้าฉันทำสิ่งเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ จะเป็นอย่างไร
    5. ฉันจะมีประสิทธิผลมากกว่าที่เป็นอยู่นี้หรือไม่

5. จัดตารางทำกิจกรรมประจำสัปดาห์

6. ซื่อสัตย์และรักษาวินัยในการปฏิบัติ

7. ประเมินผล

  1. ฉันได้บรรลุผลในเป้าหมายอย่างไรบ้าง
  2. ฉันได้เผชิญความท้าทายอะไรบ้าง
  3. ฉันได้ตัดสินใจอย่างไร
  4. ในการตัดสินใจ ฉันได้คิดถึงสิ่งสำคัญก่อนหรือไม่
  5. ฉันกำลังคืบหน้าไปสู่เป้าหมายรายปี และวิสัยทัศน์หรือไม่
5) การสร้างข้อตกลงแบบหวังผลร่วมกัน
องค์ประกอบ 5 ประการ
  1. ผลที่ต้องการ
  2. แนวทาง
  3. ทรัพยากร เช่น สื่อ บัตร เวลาของอัพไลน์
  4. ความรับผิดชอบที่วัดผลได้ เช่น จำนวนคนเข้างาน จำนวนคนรับเข็ม
  5. ผลที่จะตามมา
6) การปลดปล่อยศักยภาพจากภายในสู่ภายนอก
  1. ความน่าไว้วางใจ (ส่วนตัวและองค์กร) มีคุณลักษณะ ที่รักษาคำพูด วุฒิภาวะ ความใจกว้าง มีความสามารถ ทักษะ โครางสร้าง และการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
  2. ความไว้วางใจ (มีข้อ 1 และเกิดข้อ 2, มี 5 ข้อ 2 ก็เกิ)
  3. ข้อตกลงแบบชนะ – ชนะ
  4. การกำกับดูแล
  5. โครงสร้างและระบบที่สอดคล้อง
  6. ความรับผิดชอบ ที่วัดผลได้
“เมื่อไรก็ตามที่คุณคิดว่าปัญหานั้นอยู่ที่โน่น ความคิดนั้นแหล่ะคือปัญหา” เราต้องแก้ที่ความคิดของเราก่อนจึงจะสำเร็จ
6
มี.ค.

7 Must Do Things  (7 สิ่งที่ต้องทำ เพื่อธุรกิจเติบโต)

7 สิ่งที่ว่า มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันเลยครับ…

1) Massive sponsor (สปอนเซอร์เต็มที่)

ทำไมต้องสปอนเซอร์

– ขายคนเดียวไม่ได้

– ทำคนเดียวไม่ได้

– ต้องหาคนมาร่วมธุรกิจ หาผู้นำ บางคนก็เป็นผู้นำไม่ได้จริงๆ เราต้องเติมตลอดเวลา

– ต้องช่วยองค์กร ด้านล่าง มีผลต่อความตื่นเต้น และกำลังใจ

– จากปริมาณ สู่คุณภาพ

– เป็นต้นแบบ

– จุดประกายความตื่นตัว

ผลลัพธ์ 1) องค์กรเติบโตเร็ว 2) เจอผู้นำเร็ว 3) มีผู้นำ G1 มาก สำเร็จมาก ธุรกิจมั่นคง 4) เป็นแบบอย่างให้องค์กรทำตาม

วิธี 1) มีจิตใจและเอกลักษณ์ในการเป็นผู้ให้ 2) ตั้งใจทำ (ในสิ่งที่ต้องทำ) มีเป้าหมายชัดเจน 3) เติมรายชื่อใหม่ตลอด 4) 8/15/30 5) อยู่ในบรรยากาศที่ให้พลังตลอด 6) ฉลองความสำเร็จเมื่อสปอนเซอร์ได้ (สำคัญมาก)

2) Learning (เรียนรู้ตลอดเวลา)

ทำไมต้องเรียนรู้?

– รู้น้อย งานยากมาก, รู้มาก งานง่าย

– ไม่มีคนสำเร็จที่ไม่เรียนรู้

– คนไม่เรียนรู้ ไม่มีใครสำเร็จแม้แต่คนเดียว

ผลลัพธ์ 1) เรียนรู่สินค้า PV เพิ่ม 2) เรียนรู้ทักษะ ความกลัวจะน้อย ผ่านปัญหาได้ 3) มีความรู้ ใช้ ถ่ายทอด กำกับให้ทีมงานถ่ายทอดเป็น 4) องค์กรที่มีความรู้ มีพลังสูง

วีธี 1) เรียนรู้จากห้องประชุม 2) จากอัพไลน์ 3) CD หนังสือ 4) CEO, MD 5) จากประสบการณ์

3) Moving People 100% (เคลื่อนคน 100%)

ทำไมต้องเคลื่อนคน?

– ทำไมต้องส่งลูกไปเรียน

– ทำไมต้องเข้ามหาวิทยาลัย

– เคลื่อนคน ธุรกิจเติบโต สำเร็จง่าย

– เคลื่อนคน ทำงานง่ายกว่า

– คัดกรองผู้นำ และพัฒนาผู้นำเร็วกว่า

– ให้คนมาในที่ที่ต้องอยู่ ไม่ใช่อยู่ในที่อยากอยู่

ผลลัพธ์ 1) องค์กรมีความคิดดี แข็งแกร่ง ใจสู้ 2) มีความรู้ ธุรกิจเติบโต 3) มีทักษะ ขยายง่าย เร็ว 4) มีพลัง สู้ไม่ถอย กัดไม่ปล่อย

วิธี 1) มีบัตรงานทุกงานติดตัว ไม่พึ่ง Upline 2) รู้จักวิธีและขั้นตอนในการโปรโมทบัตร 3) โฟกัสการเคลื่อนคนทุกลมหายใจ HM, Restart, WHY, Inspiration, The Success 4) Have a meeting, Book a meeting 5) ชื่นชมผู้ที่เคลื่อนคนดีเด่น อันดับ 1 2 3 ในแต่ละเดือน

4)  Focus Workplan & Passport To Success

ทำไมต้องโฟกัส?

– ให้ตัวเองและคนในองค์กรมีวินัยในการทำงาน

– รู้ลำดับในการทำงาน

– ติดตามและประเมินการทำงานของคนในองค์กร

– เป็นแบบอย่างในการทำงานอย่างมืออาชีพ

ผลลัพธ์ 1) คนในองค์กรรู้และเข้าใจ ในการทำงาน สำเร็จง่าย 2) คนในองค์กรมีวินัย ในการทำงาน สำเร็จยกทีม 3) อัพไลน์พัฒนาดาวไลน์ง่ายขึ้น รู้ว่าต้องปรับเพิ่มตรงไหน 4) ความสำเร็จที่ copy ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

วิธี 1) ซื้อทุกคน 2) ถือติดตัวทุกคน 3) ลงละเอียดทุกเรื่อง เป็นแบบอย่าง 4) อัพติดตาม ประเมิน พัฒนาดาวน์ไลน์จาก work plan 5) มอบรางวัลให้ผู้ที่ใช้ workplan ดีเด่นทุกๆเดือน

5) Always monitor Vital Signs

ทำไมต้องมอนิเตอร์

– เพื่อให้ธุรกิจแข็งแรง

– เพื่อรู้ตัวชี้วัดความแข็งแรงธุรกิจ

– ผู้นำจดจ่อตัวชี้วัด ยกระดับความสำเร็จ

– รู้แนวทาง วิธีการ ทำให้ตัวชี้วัดดีขึ้น

– เพื่อให้ทีมรู้ว่า มีต้นเหตุแห่งความสำเร็จหรือไม่

– เพื่อให้คนคาดหวังเรื่องต้นเหตุ และผลลัพธ์อย่างถูกต้อง

ผลลัพธ์ 1) รู้ตัวชี้วัด KPI 2) คนสมัครใหม่เพิ่ม 3) คนเข้าระบบเพิ่ม 4) ยอดเติบโต 5) คนสำเร็จเพิ่มขึ้น 6) มีแกนนำเพิ่ม 7) เติบโตพุ่งทะยาน

วิธี 1) จดจ่อเข้มกับตัวเลข Vital Sign 2) ตั่งเป้าหมายและพัฒนา Vital Sign ให้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น 3) ยกตัวอย่างผู้นำที่โฟกัส Vital Sign สามารถสำเร็จในระดับดีเยี่ยม เช่น คุณหนูเล็ก 4) บริหารองค์กรด้วยตัวชี้วัดในแต่ละเดือน

6) Passing knowledge & skill

ทำไมต้องส่งต่อความรู้และทักษะ?

– ยอดธุรกิจแปรผันตามความรู้+ทักษะของคนในองค์กร

– เป็นแบบอย่างของผู้นำที่สอนต่อเป็น

– ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับองค์กรดีเยี่ยม มี commitment พันธะสัญญาระหว่างกัน Teamwork ดี Royalty ดี

– เป็นการขยายเครือข่าย ให้คนทำเป็น สอนเป็น เป็นทอด

– เป็นการสร้างคน แล้วคนสร้างงาน

– เป็นการพัฒนาผู้นำ

ผลลัพธ์ 1) ธุรกิจเติบโตง่าย 2) สำเร็จเร็ว 3) ธุรกิจแข็งแรง 4) ส่งต่อความสำเร็จ จากรุ่นสู่รุ่นได้จริง 5) องค์กรขยายความสำเร็จลงลึก นำไปสู่ความมั่นคง

วิธี 1) ตั่งเป้าหมายเรียนรู้เพื่อเอาไปสอนต่อ 2) ใส่ใจในการ training ให้คนในองค์กร 3) ประเมินว่าองค์กรต้องรู้และทำอะไรเพิ่ม เพื่อไปต่อ 4) จัด HM 5) โค้ชชิ่งองค์กรทุกขั้นตอน ในสัปดาห์ที่1 และ 3 ของเดือน

7) Success Role Model

ทำไมต้องเป็นแบบอย่างคนสำเร็จ?

– เป็นผลลัพธ์ที่เพิ่มความเชื่อมั่น

– เป็นผู้จุดประกายพลัง

– พูดแล้วมีคนฟัง

– พิสูจน์วิธีสร้างผลลัพธ์แล้วบอกต่อ

ผลลัพธ์ 1) ดาวไลน์ลอกเลียนแบบ 2) ได้รับการยอมรับ 3) ธุรกิจเติบโตแข็งแรง 4) ส่งต่อความสำเร็จ เกษียณได้ 5) คุณภาพชีวิตดี

วิธี 1) มุ่งเน้นผลลัพธ์ 2) หา Role model ของตนเองให้เจอ 3) หาโค้ช 4) พัฒนาตนเองตลอดในทุกมิติ 5) มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่จะเป็น role model 6) พัฒนาตน ลงมือทำอย่างเข้มข้น 7) ยืนหยัดจนบรรลุเป้าหมาย