Skip to content

สวัสดีครับ ผมชื่อ พัสกร ภักดีมงคล หรือ หนึ่ง

บล็อก (blog) นี้ ผมเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การทำงาน การลงทุน และอื่นๆ ในชีวิตของผม ซึ่งตลอดระยะเวลาการทำงาน เกือบ 20 ปี ทำให้ผมสามารถตกผลึกความคิดในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องการหาเงิน การใช้เงิน การออมเงิน และการสร้างหนี

ผมทำงานมาแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน, งานพิเศษรายได้เล็กๆน้อย, ธุรกิจส่วนตัว ทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ให้เช่าพื้นที่, การเป็นนักลงทุน (และนักเสี่ยงโชค), รับจ๊อบถ่ายโฆษณา หรือ MV ก็ยังเคยทำ แต่ผมกลับมาชอบ “ธุรกิจเครือข่าย หรือ Network Marketing หรือ MLM” เพราะมันเป็นงานที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ลงเงินและลงเวลาน้อย เมื่อเทียบกับงานอื่นๆ 

ผมเคยทั้งสำเร็จและล้มเหลว เคยเป็นระดับทับทิมที่ แอมเวย์ (Amway) และ Senior Manager ที่เอเจล (Agel) ทั้งสองที่ผมสูญเสียเงินมากมายไปกับการซื้อสินค้า และการลองผิดลองถูก, จนผมมาประสบความสำเร็จเป็นระดับไดมอนด์สตาร์ ที่เอมสตาร์ (Aim Star) มีรายได้ 300,000 กว่าบาท ต่อเดือน ตั้งแต่ปี 2553 โดยใช้เวลาเพียง 11 เดือน

และตอนนี้ผมกำลังจะใช้ประสบการณ์ทั้งหมดที่หล่อหลอมความคิด สติปัญญา และความสามารถ ผ่านการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาตัวเองหลายๆรอบตลอดชีวิต เพื่อมาเริ่มธุรกิจใหม่ที่ “ซัคเซสมอร์ Success More”

ผมเชื่อว่า 2 ปีจากนี้ จะมีคุณค่า และความหมายต่อชีวิตของผม อย่างที่สุด

Recent Articles

6
Apr

แผนการตลาด Successmore

แผนธุรกิจ Cycle Matching เน้นการสร้างให้เกิดความมั่นคงระยะยาว สร้างสมดุล 3 ฝ่ายทั้ง ลูกค้า นักธุรกิจ และบริษัท ไม่หวังกอบโกยระยะสั้น แต่ต้องการสร้างฝัน และแรงบันดาลใจของทุกๆคนให้เป็นจริง ผ่าน “ธุรกิจซัคเซสมอร์”

Successmore : The inspiration for your being

แผนการตลาด Successmore

 

 

23
Mar

วิธีการสำเร็จ สำคัญกว่า ความเร็วในการประสบความสำเร็จ

วิธีการสำเร็จ สำคัญกว่า ความเร็วในการประสบความสำเร็จ

ผมต้องจั่วหัวเรื่องนี้ เพราะผมเคยเข้าใจผิดมาก่อน และเข้าใจว่า ณ ขณะนี้ ก็มีหลายต่อหลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ว่า “สำเร็จให้เร็วไว้ก่อน” โดยไม่ได้คำนึงถึงวิธีการ ว่าถูกหรือผิด ?

ผมกล้าท้าได้เลยครับว่า ถ้าท่านเดินทางผิดตั้งแต่แรก ใช้วิธีการที่ผิดๆ (หรือท่านอาจไม่รู้ว่าผิด) รับรองได้ว่า สิ่งที่ท่านสร้างมานั้น หมดได้ครับที่ซักเซสมอร์ (successmore) กลุ่ม Success Global (ซักเซสโกลบอล) ของเรานั้น ผมได้ถ่ายทอดวิธีการทั้งหมดบน “ความถูกต้อง ไม่ใช่ถูกใจ” ดูแลกันแบบ “ห่วงใย ไม่ใช่ ห่วงยอด”

ลองมาพูดคุยกัน ถึงระบบ Code Master ในการสร้างธุรกิจ ตั้งแต่ การขยายธุรกิจ การติดตามแบบมืออาชีพ การสร้างยอดธุรกิจให้เกิด และการสร้างผู้นำ พัฒนาคนให้เป็น

รายละเอียดเยอะมากๆ แค่เรื่องการขยายธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ (online marketing) ผมว่าเราก็คุยกันได้เป็นชั่วโมงละครับ

วิถีชีวิตแบบไหนที่คุณอยากจะมี รายได้ระดับไหนที่คุณอยากจะได้ Ruby 100,000 Diamond 300,000 Black Diamond 1,000,000 บาท ต่อเดือน

หากคุณอยากมีชีวิตที่ดีกว่า ติดต่อผมได้เลยครับ

#Be Better หนึ่ง พัสกร 081-255-4468

 

8
Nov

Success More Leadership Academy

สิ่งที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตนั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดอยู่ที่บุคลากรในทีม ดังนั้น ทีมใครมีคนเก่งๆอยู่เยอะ ทีมนั้นโต ทีมใดมีคนดีๆอยู่เยอะ ทีมนัันแข็งแกร่ง นี่คือ สมการง่ายๆของความสำเร็จ

และก่อนที่เราจะสร้างทีมได้ เราต้องเริ่มที่ตัวเรา เพราะเราจะไม่ได้มาคนเดียวแน่นอน แต่ต้องมาเป็นคนแรกให้ได้ก่อน เพราะเราจะนำใครไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้เป็น “ผู้นำ” (Leader) อย่างแท้จริง

ที่ ซัคเซสมอร์ (Success More) เรามี “Success More Leadership Academy” ที่เป็นจุดต่าง ที่จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านการพัฒนาคมให้มีความสามารถ การปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด ทัศนคติ สร้างคนให้เป็นคนดี

success more, ซัคเซสมอร์, ซักเซสมอ, คอร์สพัฒนาคน, สมัครกับใคร, ผู้นำ

ผมบอกเลยว่า ไม่ผิดหวังที่ได้มาร่วมงานที่นี่ ได้เข้าเรียนคอร์สต่างๆตามลำดับ ตั้งแต่ Start You Business with WHY และ Go for Gold ความสำเร็จก็เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย มีรายได้เพิ่มเข้าครอบครัวในเดือนที่สองที่ทำธุรกิจถึง 50,000 กว่าบาท

success more, ซัคเซสมอร์, ซักเซสมอ, คอร์สพัฒนาคน, สมัครกับใคร, ผู้นำ

ที่นี่ยินดีต้อนรับสมาชิก Success More (ซักเซสมอ) ทุกคนครับ นี่แหล่ะที่เรียกว่า Valued Company”

4
Nov

Why Success More? (3 ต้อง 3 โต 3 ต่าง)

สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือก ซัคเซสมอร์ (Success More) เพราะบริษัทนี้ไม่ธรรมดา ไม่ได้โปรโมทความใหม่ บริษัทเพิ่งเปิด สินค้านวตกรรม แผนการตลาดที่จ่ายถล่มทลาย เหมือนที่อื่นๆ แต่สร้างความแตกต่าง บนจุดยืนที่ยากจะมีใครเลียนแบบได้ และด้วยจุดยืนนี้ มันจะเป็นรากฐานที่สำคัญที่ทำให้ ผมและเพื่อนๆที่เข้ามาร่วมธุรกิจซัคเซสมอร์ (Success More) สามารถสร้างความมั่นคงทางรายได้ ได้จริงๆ

วิธีการเลือกธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing Business) ที่ท่านจะเข้าร่วม ในยุคนี้ ต้องประกอบด้วย

3 ต้อง

1) ผู้ก่อตั้งต้องมีความรู้ในการสร้างธุรกิจเครือข่าย และต้องบริหารเองเป็น

2) ต้องมีสินค้าหลากหลาย และมีสาขาจำนวนมาก กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อความสะดวกของลูกค้า และสมาชิก

3) มีคุณธรรม และจริยธรรมสูง ไม่มีสองมาตรฐาน ไม่เอาอกเอาใจ หรือเอื้อผลประโยชน์นักธุรกิจเพียงคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

3 โต

1) โตแบบมีวิสัยทัศน์ มีกลยุทธ์ และการตลาดแบบใหม่ ทันสมัย ปรับตัวรวดเร็ว

2) โตโดยการสร้างระบบการพัฒนาผู้นำระยะยาว One Company One System

3) โตเพราะมีการสื่อสารที่ดี

3 ต่าง

1) แตกต่างด้วยแผนธุรกิจ ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงในระยะยาว

2) ต่างด้วยระบบการทำงานที่สนับสนุนนักธุรกิจ ทั้งแนวทางการทำงาน สื่อ online และ offline เป็น Code Master System

3) แตกต่างด้วยวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ และการสอนต่อ

 ถ้าท่านใดอ่านบล๊อกของผมแล้ว เกิดสนใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมของ ซักเซสมอ สามารถติดต่อผมได้ครับ เพราะมีดจะคมต้องลับด้วยคมมีด คนจะคมก็ต้องลับด้วยคมคน

 

 

15
Oct

Why not Aim Star ? (Part 3)

มาถึงตอนที่ 3 ภาคสุดท้ายของ Why not Aim Star ที่ผมสัญญาไว้ว่าจะเขียนเล่าให้กับเพื่อนๆฟัง ผมเชื่อว่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจเอมสตาร์ ที่ทำให้ผมจำใจ ฝืนใจ และทำใจที่ต้องลาจาก มาทำ Success More : ซัคเซสมอร์

ผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ในฐานะผู้นำ เราจะประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นได้อย่างไร คำตอบ คือต้องทำ 2 เรื่อง 1) สปอนเซอร์เพิ่ม โดยหากต้องการโตเร็ว ต้องสปอนเซอร์ผู้นำเครือข่ายอื่นเข้ามา  2) ช่วยทีมงานให้เติบโตเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดคอร์ส จัดฝึกอบรมให้ดี เพื่อทีมงานจะได้ออกไปสปอนเซอร์ได้ แต่หากพวกเราลองดูข้อเท็จจริงที่ว่า เอมสตาร์ (Aim Star) กำลังมียอดธุรกิจตกลง 3 ปีติด ปีนี้จะตกลงอีก 30% หรือ พันล้านบาท โดยประมาณ แบบนี้คิดหรือว่ามันเป็นที่่น่าสนใจของผู้นำค่ายอื่น คนที่สนใจ คนทั่วไป จะมาร่วมงาน ถ้าเป็นหุ้น ก็เรียกได้ว่า มีแต่คนเทขาย เพราะ Top 10 เค้าโตกันหมด มีแต่เอมสตาร์ (และคังเซนฯ) เท่านั้นที่ตก

success more, aimstar, amway, giffarine, zulian, kanzen

10 อันดับแรก ธุรกิจเครือข่าย

ซึ่งเอมสตาร์ (Aim Star) ไม่น่าจะติด Top 10 ในปี 2556 แล้ว เพราะถ้าผมประมาณการยอด Top 10 ไม่ผิดพลาด อันดับ 10 ควรจะมียอดขั้นต่ำที่ 3,000 ล้านบาท ในปีนี้

ปัญหาภายในที่ทำให้เอมสตาร์มีปัญหานอกเหนือจากตอนที่ 2 ที่ผมเคยเล่าไปแล้ว ก็คือ เรื่องของ กฎจรรยาบรรณ (Code of Conduct) จรรยาบรรณ สำคัญต่อการเติบโตและรักษาผู้คน ครองใจคนด้วยรักอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเหตุผลที่ถูกต้อง ลูกผิดต้องตี ลูกไม่ดีต้องเฆี่ยน ไม่ใช่ลูกเรียนเก่งสร้างชื่อเสียงให้พ่อแม่ แต่ทำผิดก็ปกปิด ผมใช้ชีวิตอยู่บน กฎแห่งเกียรติยศ (Code of Honor) ผมไม่อาจอยู่ร่วมกับหลายคนที่ทำธุรกิจซ้อนธุรกิจ แล้วยังเดินเข้าออกทั้งสองบริษัทได้ ผมไม่อาจอยู่ร่วมกันคนที่ชักชวนผู้อื่นย้ายสายงานแบบทางอ้อม หรือทางตรงได้ ผมไม่อาจอยู่ร่วมกับหลายคนที่ซื้อตำแหน่ง ทำธุรกิจแบบ Money Game และพวกที่เอาของมาปล่อย ขายตัดราคาผู้อื่นได้

ผมเชื่อว่าบริษัทกำลังพยายามแก้ไขอยู่ แต่บอกได้เลยครับว่า “มันสายไปแล้ว” ถ้าปัญหานี้มากระทบกับผม ซึ่งเคยเป็นนักธุรกิจระดับไดมอนด์สตาร์ แสดงว่าปัญหานี้ มันใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขให้กลับมาอยู่ ณ จุดเดิม ได้แล้ว เอมสตาร์มีแต่จะลดรูปลงเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

ในคอลัมภ์ต่อไป ทุกคนคงอยากจะทราบแล้วละมั้ง ว่าทำไมผมถึงเลือก “ซัคเซสมอร์ (Success More)” แล้วพบกันครับ

4
Oct

Why not Aim Star ? (Part 2)

หากเปรียบเทียบการจะปีนยอดเขาสูง ของนักปีนเขา สู่ยอดเขาลูกใหม่ที่สูงกว่า เขาคนนั้นก็จำเป็นต้องลงจากเขาลูกเดิมก่อนฉันใด การจะปีนสู่จุดสูงสุดในธุรกิจใหม่ ก็จำเป็นต้องเริ่มต้นทำงานพื้นฐาน (ground work) ไม่สามารถจะกระโดด หรือบินข้ามไปได้ ฉันนั้น

  ผลงานในธุจกิจซัคเซสมอร์ (Success More) เดือนแรกของผม จบไปด้วยรายได้ เกือบ 20,000 บาท ในตำแหน่งที่เล็กที่สุด คือ Bronze (ไม่มีสตาร์ ตามหลังนะจ๊ะ ฮ่าๆๆๆ)

กลับมาต่อในเรื่องราวที่มีแฟนๆติดตามกันอยู่ในขณะนี้ คือ “Why not Aim Star” ทำไมเอมสตาร์ถึงไปต่อไม่ได้ และในฐานะนักธุรกิจ เราก็ไม่ควรทู่ซี้ไปต่อด้วย ก็เพราะ

1) ผู้บริหารไม่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธได้ทันตลาด ดังจะเห็นได้จากเรื่องง่ายๆต่างๆ เช่น ว็บไซด์ที่ล้าสมัย ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่การค้นพบอินเตอร์เน็ท (อันนี้ผมเติมเอง เพื่อให้รู้สึกว่า มันนานจริง), ลักษณะ conservative service center ที่ลูกค้าเดินเข้ามา ก็จะงงทันที ว่ากรูต้องซื้อน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวยังไงวะเนี่ย ชาวบ้านเค้าไปถึงไหนกันแล้ว เค้าเป็น shop, pick and pay หรือ supermarket กันหมดแล้ว เป็นต้น

2) สินค้าไม่เกิดการซื้อซ้ำได้จริง เพราะนอกจากจะซื้อไม่สะดวกแล้ว ยังมีราคาที่ตั้งไว้สูงโอเว่อร์ เช่น Body Soft ราคา 300-400 บาทต่อขวด ตอนทำธุรกิจได้เงิน ก็ยังซื้ออยู่หรอก แต่พอเลิกไปแล้วแทบจะทุกคน ไม่เคยหันกลับมาใช้อีกเลย

3) โปรโมชั่นการลดราคาสินค้า เอาใจผู้บริโภค แต่นักธุรกิจตาย! เพราะสินค้ามาลด แต่ไม่ให้ PV, ได้ออเดอร์กันเพียบเลย ต้องวิ่งเบิกของเก็บตังค์ ส่งของ แต่นักธุรกิจไม่ได้เงินซักบาท, ดีหน่อยก็ล่าสุดที่ให้พีวี จาก 1:3 เป็น 1:10 ซื้อน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวแพค 3,000 บาท ได้ 300 PV, ผลก็คือ เดือนต่อมายอดร่วงกันเป็นแถว เพราะลูกค้าซื้อเก็บกันยาว และติดนิสัยไม่ซื้อราคาปกติกันแล้วด้วย

4) นักธุรกิจต้องลงทุนทำเซนเตอร์ หรือ สถานที่ฝึกอบรมเอง หมดเงินกันไปเป็นแสนเป็นล้าน ตอนยอดธุรกิจขึ้นก็ยอมจ่ายค่าเช่า ค่าลงขันกัน แต่ตอนธุรกิจตก เกิดภาระ fix cost ต่อเนื่อง เงินที่ได้มาจากโบนัสก็แทบไม่พอเหลือกิน ไม่ต้องพูดถึงเหลือเก็บ ทำให้หลายคนเลิกออกไปอย่างรวดเร็ว เหมือนใบไม้ร่วงที่มันไม่สามารถลอยขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ใหม่อีกได้

5) สินค้าที่โดดเด่น คือ น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นนวัตกรรมใหม่จริงๆ ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ธุรกิจโตได้เลย และพอเกิดจาก dumping จากกลุ่มชนบางกลุ่ม จากนั้นก็เรียบร้อย นักธุรกิจหลุดร่วงกันไปอีกชุดนึง

6) แผนการตลาด หรือ การจ่ายผลตอบแทน มีเม็ดเงินที่ไม่จ่ายออกเยอะมาก เช่น รายได้ทีมแข็งทีมอ่อน ที่ต้องจ่าย 792,000 บาท สูงสุดนั้น ผู้นำระดับไดมอนด์ขึ้นไป ได้รับกันสูงสุดแต่ 270,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น แม้ยอด PV จะสามารถรับรายได้มากกว่านั้น เพราะติดตรง Business Title ที่เอมสตาร์ใช้มาเป็นวิธีคุม cap, สุดท้ายผู้นำระดับสูงจะอยู่ไม่ค่อยได้ เพราะรายได้ไม่เพิ่ม แต่รายจ่ายจากการทำเซนเตอร์ ทำสื่อ ยังคงเท่าเดิม ก็ทำให้ผู้นำกลุ่มนี้เลิก และพาองค์กรเลิกไปด้วยมากมาย

7) แผนการตลาดห้ามเปลี่ยน ถ้าเปลี่ยนต้องดีขึ้น จ่ายมากขึ้น ง่ายขึ้น แต่เอมสตาร์มักทำสวนทาง

8) งาน The Winner ซึ่งเป็นงานรวมศูนย์ เมื่อก่อนจัดกันทุกเดือน ผู้นำต่างจังหวัดต้องขนคนมา หมดค่าเดินทาง ค่ากิน หรือที่พัก กันทุกเดือน, จะเห็นว่าพอมาถึงจุดที่ไปต่อไม่ไหวอีกแล้ว คนค่อยๆน้อยลง และเปลี่ยนจากจัดทุกเดือนมาเป็น 3 เดือนครั้ง สุดท้ายก็คงเลิกจัดไปในที่สุด เพราะจัดแล้วคนโล่ง Hall สู้ไม่จัดดีกว่า

9) มีการ cross line กันให้เพียบให้องค์กร มีหลายระบบ หลายกลุ่ม แต่วัฒนธรรมองค์กรอ่อนแอ ทุกคนพยายามชิงดีชิงเด่น อยากให้กลุ่มตัวเองโดดเด่น โด่งดัง แข่งทำระบบ ทำสื่อ สุดท้ายกลุ่มที่ระบบแข็งแรงก็จะอยู่ได้ กลุ่มที่ไม่แข็งแรง คนจะถูกดูดไปอยู่ในกลุ่มที่แข็งแรงกว่า เรียกว่า นอกจากจะต้องแข่งกับคู่แข่งภายนอกแล้ว ยังต้องแข่งกับคู่แข่งภายในด้วย

10) รอบประชุม เทรนนิ่ง เยอะมากๆ เลิกกันดึกโคตร บางส่วนมีปัญหาครอบครัวเพราะต้องเข้าประชุม จนต้องทำให้เลิกก็มี (ไม่เลิกกันกะสามีภรรยา ก็เลิกจากธุรกิจ) แล้วถ้าไม่เข้า ก็จะถูกตราหน้าว่าไม่เอาจริง ไม่ใช่ตัวจริง ไม่โฟกัส เหมือนโรคติดต่อ ก๊อปปี้กันไปหมด ผมก็ยังเป็นเลย ท้ายสุด hold องค์กรไว้ไม่อยู่

จัดเต็มให้ 10 ข้อ แต่ยังไม่หมดนะ มีต่อตอนที่ 3 ซึ่งเป็นภัยคุกคามอันใหญ่หลวง ที่จะทำให้คนที่ยังอยู่ ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตอนนี้ จะลำบากมากๆๆๆ ในช่วงต้นปี 57 ไว้ติดตามตอนที่ 3 นะครับ ด้วยรักและหวังดี จาก อดีตไดมอนด์หนึ่ง พัสกร

 

29
Sep

Why not Aim Star ? (Part 1)

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ผมได้มาเริ่มธุรกิจให้ที่ชื่อว่า ซัคเซสมอร์ (Success More) ผมจำเป็นต้องทิ้งธุรกิจเอมสตาร์ที่ผมรัก ผมสำเร็จในเอมสตาร์อย่างสูงที่สุดในชีวิตในช่วง 1 ปีแรกที่เข้าทำธุรกิจ ผมสามารถดำรงชีวิตด้วยรายได้จากเอมสตาร์อย่างเดียว โดยลาออกจากงานประจำ เพื่อมาอยู่กับครอบครัวแบบเต็มเวลา อยู่ถึง 2 ปี ผมไปเที่ยวต่างประเทศฟรี เกือบ 10 ประเทศ

ผมออกมาทั้งๆที่ ผมมีรายได้เฉลี่ย 6 เดือนหลัง หลักแสนบาทต่อเดือนอยู่ และผ่านทริปท่องเที่ยวเมดิเตอเรเนียนเรียบร้อยแล้ว!!! ผมคิดอะไรอยู่น่ะเหรอครับ? ผมจะเฉลยให้ฟัง…

ผมไม่ได้ค่อยๆเฟสตัวออกไปเหมือนคนอื่นนะครับ ผมยังลุยเอมสตาร์เต็มที่ 100%, ผมมาเซนเตอร์คนแรก, ผมเข้างานประชุมต่างๆไม่เคยสาย, ผมจัดคอร์สฝึกอบรม แคมป์ งานต่างๆ อย่างตั้งใจ, ผมลงทุน ลงแรง ไปกับการทำเซนเตอร์ และสื่อต่างๆ หมดเงินไปหลายแสนบาท, ผมทำแบบนี้จนถึงวันสุดท้าย

เพราะผมรักในงานที่ผมทำน่ะสิ ผมเลยทุ่มเทแบบนี้ ผมเชื่อเสมอว่า Success comes with Discipline, ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผมทำทุกอย่างแล้วในฐานะนักธุรกิจที่ดีพึงกระทำ ในฐานะผู้นำองค์กรต้องทำ แต่ธุรกิจไม่ได้โตขึ้นเลย กลับแย่ลง เต็มที่ก็ทรงๆไว้เท่านั้น ในช่วง 1 ปีหลัง

หันไปมองรอบข้าง ธุรกิจอันดับ Top 10 ของประเทศ เติบโตกันหมด ยกเว้นบริษัทเดียว คือ เอมสตาร์ ที่ยอดตกลงต่อเนื่อง, ถ้าปี 2556 เอมสตาร์ยังพลิกเกมส์กลับมาไม่ได้ ยอดจะตกลงไม่ต่ำกว่า 30% ไปอยู่แถวๆ 2,000 ล้านบาท ทั้งๆที่ยอดขายตก แต่บริษัทมีค่าใช้จ่ายจากการขยายสาขาเพิ่มเติม กำไรลดลงจากการลดราคาสู้ และยอดขายที่ตกฮวบฮาบ บอกได้คำเดียวว่าเอมสตาร์กำลังมีปัญหาภายใน เหมือนมวยเมาหมัด

อย่าว่าแต่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยเลยครับ คงอยู่ใน Top 10 ให้ได้ก่อน น่าจะเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้มากกว่า

หมดไป 1 ตอน อย่างรวดเร็ว แค่ย้อนคิดก็เหนื่อยแทนตัวเองในสมัยก่อน กับเพื่อนๆที่ยังอยู่ที่นั่นเลยนะเนี่ย ไว้ติดตามต่อตอนที่ 2 นะครับ

5
Sep
success more

ผู้นำธุรกิจเครือข่าย 4 ประเภท

เมื่อพูดถึงคนในวงการธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทย ที่เป็นระดับผู้นำ อยู่ในธุรกิจมาหลายปี ทำรายได้มาระดับหนึ่งแล้ว จากประสบการณ์ของผม ผมเห็นหลายคนเปลี่ยนบริษัทมาหลายที่ บางคนก็เปลี่ยนน้อยมาก หรือทำที่เดียว บริษัทเดียว ไม่เคยเปลียนเลย  ดังนั้น ผมอยากจะแบ่งกลุ่มผู้นำออกเป็นทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน คือ

1) ผู้นำที่ทำค่ายเดียว และทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ กลุ่มคนเหล่านี้คือคนที่อยู่ในยุคเริ่มต้นของธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริษัทที่มีอายุเกิน 20 ปี เช่น แอมเวย์ (Amway) หรืออื่นๆที่มีอายุมากกว่า 10 ปี เช่น กิฟฟารีน (Giffarine) ซูเลียน (Zhulian) เป็นต้น ที่สำคัญคือผู้นำกลุ่มนี้ จะเข้าไปในช่วง 1-5 ปี ทีบริษัทเปิดทำการ และอยู่กับธุรกิจมายาวนาน 10 ปี ขึ้นไป

2) ผู้นำที่ทำค่ายเดียว แต่ก็ยังทำเงินไม่ได้เลย เรียกว่าไม่สามารถสร้างรายได้เพื่อเปลี่ยนแปลงวิถึชีวิตของตนเอง และครอบครัว เหมือนอย่างที่ ผู้นำในข้อ 1 เค้าได้กัน หรือบางทีอาจสูญเสียเงินมหาศาล เพราะถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเข้ามาช่วงหลังๆ ในธุรกิจที่เติบโต จนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว หรือเข้ามาในช่วง 1-5 ปี แรกของธุรกิจเปิดใหม่ก็จริง แต่จะด้วยเหตุผลเรื่อง เวลา ทักษะ ประสบการณ์ ของตัวเอง หรือเลือกบริษัท / สินค้า / ผู้บริหาร / อัพไลน์ ที่ผิด พูดง่ายๆคือ ไว้ใจคนผิด สุดท้ายก็ต้องอยู่แบบทนอด (อดมื้อ กินมื้อ) หรือ เลิกราไปจากวงการธุรกิจเครือข่าย และไม่เคยกลับเข้ามาอีกเลย เพราะเข็ดขยาดหวาดกลัว

3) ผู้นำที่เปลี่ยนค่าย ย้ายบริษัทมาหลายแห่ง แต่ก็ทำเงินหรือร่ำรวย ทุกแห่งที่ไปทำ กลุ่มคนแบบนี้มีให้เห็นมากมาย บางคนมีรายได้หลักหลายล้านบาทต่อเดือน ในทุกบริษัทที่ไปทำ เรียกว่าขึ้นเบอร์หนึ่ง หรือติด Top 10 ซะทุกครั้ง แต่ที่น่าสังเกตุคือ กลุ่มคนเหล่านี้จะเตรียมตัวย้ายบริษัทกันอีก เมื่อบริษัทเริ่มมีปัญหา ส่วนใหญ่จะเคยผ่านบริษัทไทยหรือต่างชาติ เหล่านี้ อาทิเช่น โสมเกาหลี, เฮอบาไลฟ์ (Herbalife), เอเจล (Agel), เอมสตาร์ (Aim Star), โมนาวี (Monavie), ซินเนอร์จี้ (Synergy), บีฮิป (bHip), เจอเนสส์ (Jeunesse) และ ออกาโน่โกล์ด (Organo Gold) เป็นต้น เวลาผู้นำเหล่านี้ไปทำบริษัทไหน จะยกกันไปเป็นทีม และเลือกช่วงเวลาที่บริษัทเปิดใหม่ปีแรกเท่านั้น

4) ผู้นำ (หรือผู้ตาม) ที่เปลี่ยนค่ายมากกว่า 1 ครั้ง ก็จริง แต่ไม่เคยทำเงินได้เลย หรือทำเงินน้อยมาก เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ตัวเองลงไป ส่วนใหญ่กลุ่มคนเหล่านี้ จะตามผู้นำในข้อ 3 ไปทุกหนทุกแห่ง เพราะคิดว่า “ความสำเร็จ” นั้นมันสำเร็จรูป แค่ตามคนเก่งๆ มีบารมีไป อยู่ในช่วงเริ่มแรก หรือต้นสาย แต่ไม่เคยพัฒนาทักษะความสามารถส่วนตัวเลย สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเงินอย่างที่หวัง พวกนี้ไม่ใช่ผู้นำ แต่เป็นแค่ “ผู้ตาม”, อีกกลุ่มหนึ่ง คือ พวก “แมงเม่า บินเข้ากองไฟ” เห็นผู้นำกลุ่มที่ 3 ได้เงินเยอะ ตัวเองดูทีท่ามาระยะหนึ่งแล้ว ก็บินเข้าไป สุดท้ายได้แค่เป็นฐานองค์กรให้คนกลุ่มที่ 3 สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีก ตัวเองก็บาดเจ็บหนักกลับออกมา เหตุเพราะความโลภเท่านั้น ไม่ได้ศึกษาแก่นแท้ของการสร้างธุรกิจเครือข่าย อย่างเป็นระบบ อย่างถูกต้อง ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเข็ดหรือไม่เข็ด ถ้าไม่เข็ดก็จะหาตัวอื่นทำอีก กะสมัครรหัส 001 เลย แต่ก็ยังทำเงินไม่ได้อีก เพราะคิดว่าตัวเองรู้ แต่จริงๆไม่รู้ รู้ไม่จริง หรือไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร

เอาละ ว่ามาซะยืดยาว ไม่ว่าตอนนี้คุณจะอยู่ ณ จุดไหน ขอให้สุดท้าย คุณสามารถพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ “ทำเงิน” (Make Money)ได้ และประสบความสำเร็จ เพิ่มมากขึ้นๆ (Success More) เป็นพอ เพราะคงไม่มีใคร อยากสูญเสียเวลาชีวิต ไปเปล่าๆ แน่นอน จริงมั้ยครับ

24
Jul

สร้างทรัพย์สิน 1,000 ล้าน

ผมได้เรียนรู้ในหลายๆเรื่อง ในช่วง 3 ปี กว่าๆที่ผ่านมา คนที่จะรวย หรือเป็น เศรษฐี ได้นั้น ต้องมีความรู้ทางการเงิน หรือ ความฉลาดทางการเงิน อย่างมากๆ ไม่งั้นยากที่จะประสบความสำเร็จได้ อันต้องประกอบด้วย 1) หาเงินเก่ง ทำมาหากินเก่ง 2) รักษาเงินให้อยู่กับเราเก่ง 3) สร้างเงินให้งอกเงยเก่ง หรือ ให้เงินทำงานแทนเรา

สูตรการเงินคนจน คือ รายได้ – รายจ่าย = ลงทุน (1-2 = 3) แต่

สูตรการเงินคนรวย คือ รายได้ – เงินออม = รายจ่าย (1-3 = 2)

ผู้นำในเอมสตาร์ (Aim Star) หลายคนที่ผมรู้จัก หรือผู้นำค่ายอื่นๆ ต่างประสบความสำเร็จ สร้างรายได้สูง แต่ก็มีรายจ่าย เพราะไปซื้อรถซื้อบ้าน สร้างหนี้ผูกพัน หรือรายจ่ายระยะยาวไว้ ทำให้เกิดความมั่นคงในชีวิตน้อย, บริหารภาษีไม่เก่ง, หรือไม่ก็สูญเสียเงินไปกับการทำเซนเตอร์ หรือสื่อต่างๆ มากมาย เพราะคาดการณ์ธุรกิจผิด

แต่ถ้าหากเราใช้สูตรการเงินคนรวย ตั้งแต่แรก ปัญหาต่างๆก็จะลดลง ประเด็นอยู่ที่วา แล้วเราจะสร้างเงินให้งอกเงยได้อย่างไร

ผมศึกษามาแล้วครับเพื่อนๆ การลงทุนเพื่อต่อยอด สร้างเงินให้งอกเงย แล้วให้เงินทำงานแทนเรา สร้างพลังแห่งดอกเบี้ยรับ ตัด มหันตภัยดอกเบี้ยจ่ายออกไป , Cash Flow Quadrant ของเพื่อนๆ จะเป็นดังรูป ESBI ข้างล่าง

ESBI, cash flow quadrant, กระแสเงินสด, พ่อรวยสอนลูก, พัสกร, เอมสตาร์

กระแสเงินสดของคนรวย

ผมมีแผนงานที่จะสร้างเงิน 1,000 ล้านบาท โดยหากคุณยังทำงานประจำอยู่ทำเลยครับ (E) ทำต่อไป หรือหากคุณทำเงินจากกิจกาจส่วนตัว (S) ทำเลยครับ ทำต่อ อย่าหยุด อย่าเลิก, จากนั้นให้จัดเวลา (make time) มาทำ “ธุรกิจซัคเซสมอร์” (Success More Business) สร้างรายได้จากช่อง B ซึ่งมีระบบสอนงาน และช่วยคุณสร้างรายได้ เมื่อคุณหาได้เท่าไร คุณเก็บหมด (สมมุติว่ารายได้จาก E, S นั้น พอกินพอใช้) ไม่ว่าจะได้มาเท่าไหร่ จากนั้น ให้รีบสร้างธุรกิจจนเป็นไดมอนด์  (Diamond) ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี แล้วเก็บเงินเดือนละ 300,000 บาท ไปลงทุนในกองทุนรวม หรือหุ้น (บริหารพอร์ตเอง) ให้มีผลตอบแทนปีละ 20% คุณจะมีทรัพย์สินรวม 1,000 ล้านบาท ในเวลา 20 ปี !!! เห็นมั้ยละครับ สร้างเงินพันล้าน เป็นไปได้ในชาตินี้ !! Investment Calculation

6
May

เกนติ้ง มาเลเซีย (Genting Malaysia)

เมื่อต้นปี ในเดือนมกราคม 2556 ระหว่างวันที่ 25-27 ผมและเพื่อนๆกลุ่ม Lives International ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกัน ณ ประเทศมาเลเซีย โดยเราได้ไปยัง กรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kualalumper) เมืองที่ทันสมัยสวยงาม หลากหลายด้วยเชื้อชาติ และวัฒนธรรม รวมถึงได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ไปยัง คาสิโน เกนติ้ง (Casino Genting) บนยอดเขาสูง ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

ทริปนี้ แม้จะเป็นทริปในกลุ่มพวกเรา ที่ผ่านคุณสมบัติ แต่ก็ทำให้หลายๆคน ที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบิน ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่การที่เค้าตั้งใจ และทำงานอย่างเต็มความสามารถ จนผ่านเป้าหมายเล็กๆ มันก็ทำให้ทุกคนภาคภูมิใจ และมีความสุขเป็นอย่างมาก

เกนติ้ง กัวลาลัมเปอร์ lives international Malaysia Genting Kualalumpur Aimstar Aimstar Network MLM paskorn พัสกร หนึ่ง

Lives in KL, Malaysia

วันที่มาถึง เราก็ได้มาถ่ายรูปร่วมกันหน้า ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก หรือที่เรียกว่า ตีก KLCC หรือ Petronas สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของคนมาเลเซีย ที่พิสูจน์ตัวเองว่า พวกเค้าสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แบบนี้ได้เช่นกัน

3 วันที่อยู่ที่นั่น ได้รับการเทคแคร์อย่างดีจาก “พี่ต้น” เจ้าของบริษัทบ้านมัคคุเทศก์ (พี่ต้นก็ร่วมทำธุรกิจเอมสตาร์ aimstar กับผม และคุณไปร์ด้วย) อาหาร ที่พัก การเดินทาง และการท่องเที่ยว แบบประทับใจ จนเรียกได้ว่า ถ้าจะไปทัวร์อีกต้องนึกถึง “บ้านมัคคุเทศก์” แน่นอน!

ชมภาพความประทับใจอื่นๆ ได้จาก Facebook ของผมได้เลยนะครับ

 

สองผู้นำที่จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตของ Lives และ เอมสตาร์ (Aim Star) พี่ต้อม ชัยวัฒน์ เจ้าของโรงงานทอผ้า จบจากสก๊อตแลนด์ เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ที่มีความฝันชัดเจน อยากมีเงิน มีเวลา ที่จะดูแลแม่ และช่วยเหลือผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จเหมือนตัวเอง, อาจารย์หนึ่ง อดุยวิทย์ ลูกศิษย์พระมหาสมปอง คนนี้ไม่ธรรมดา บวชเป็นเณรและเป็นพระมาแล้วรวม 17 พรรษา รับประกันได้ว่าคนนี้คนดีแน่นอน เป็นคนรักแม่ รักเพื่อน ทำงานหนัก และไม่เคยย่อท้อ ลองฟังแนวคิดของ 2 คนนี้ ขณะนั่งกระเช้า ขึ้นเกนติ้ง (Genting) ดูสิครับ ชัดเจนมากๆ แล้วเพื่อนๆจะเชื่อผม ว่าทำไมสองคนนี้ถึงประสบความสำเร็จขั้นต้นได้แล้ว :)

You Tube ขณะนั่งกระเช้าสู่เกนติ้ง (Genting)

 

 

mugen 2d fighting games
WordPress Themes