Skip to content

Posts tagged ‘Passive Income’

19
เม.ย.

จิตวิทยาแห่งการการเชื่อมต่อผู้คน The Psychology of CONNECT with People

คำถาม 3 ข้อที่อยู่ในใจของผู้คน (คุณต้องระลึกไว้ในใจเสมอ ว่าฝ่าย่ตรงข้ามกำลังคิดแบบนี้กับคุณอยู่)
  1. คุณห่วงในฉันหรือเปล่า
  2. คุณช่วยเหลือฉันได้หรือเปล่า
  3. ฉันไว้วางใจคุณได้หรือเปล่า
องค์ประกอบ 3 ประการ ของการสื่อสารเพื่อเชื่อมต่อ
  1. ความคิด –> ให้ความน่าเชื่อถือ
  2. ความรู้สึก –> ให้ความมีชีวิตชีวา
  3. การกระทำ –> ให้ความเชื่อมั่น
องค์ประกอบ 4 ประการ ของการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน
  1. สิ่งที่คนอื่นมองเห็น : ให้คนอื่นมองเห็นสิ่งที่น่าประทับใจ
    • กำจัดสิ่งที่ทำให้ตัวคุณดูไม่ดี
    • ถ่ายทอดความรู้สึกให้ได้หลายแบบ
    • เคลื่อนไหวอย่างมีเป้าหมาย
    • แสดงท่าทีเปิดเผยเสมอ
    • สนใจสภาพแวดล้อมรอบตัว
  1. สิ่งที่คนอื่นเข้าใจ : การสร้างความสัมพันธ์ในระดับสติปัญญา
    • รู้เรื่องที่ตนเองพูด – เอาเรื่องวิชาเอกที่เราถนัดก่อน เพื่อฟีดแบคที่ดี และความมั่นใจของเรา
    • รู้จักตัวคุณเอง – เตรียมตัวก่อน จะได้กลับมาประเมินตนเองได้ เพื่อปรับปรุงในครั้งถัดไป
  2. สิ่งที่ผู้คนรู้สึก : การสร้างความสัมพันธ์ระดับอารมณ์
    • ใส่ใจผู้อื่น
    • ทัศนคติบวก
    • เชื่อมั่นในตนเอง
  3. สิ่งที่ผู้คนได้ยิน : การสร้างความสัมพันธ์ด้วยวาจา
    • คำพูดที่เป็นบวก
    • สื่อถึงความมั่นใจในตัวผู้ฟัง
การตั้ง 5 คำถามสู่การเป็นนักสร้างสัมพันธ์
  1. ขณะนี้พวกเขา รู้สึกอย่างไร
  2. ขณะนี้พวกเขา รู้อะไร
  3. ขณะนี้พวกเขา มองเห็นอะไร
  4. ขณะนี้พวกเขา เข้าใจระดับไหน
  5. ขณะนี้พวกเขา ต้องการอะไร – อย่าไปฝืน เราต้องพูดให้เกิดความต้องการก่อน อย่าไปสร้างความอึดอัด ให้ในสิ่งที่เค้าไม่ต้องการ
5 แนวคิดการสื่อสารเรียบง่ายแต่ได้ผล
  1. พูดคุยกับผู้คน ไม่ใช่ไปแสดงความเหนือกว่า (คำถามต้องห้าม “พวกคุณตามผมทันมั้ยครับ”)
  2. เข้าประเด็นสำคัญ
  3. พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกในหลายๆโอกาส
  4. อธิบายให้ชัดเจน
  5. พูดให้น้อยลง
7 หัวใจของการสื่อสารให้ผู้คนสนใจ
  1. รับผิดชอบผู้ฟัง (ใช้พลังเสียง ให้เหมาะกับจำนวนผู้ฟัง และขนาดห้อง, เรียกว่า ร่องเสียงเงินล้าน)
  2. จงสื่อสารในโลกของผู้ฟัง (อย่าใช้ศัพท์เทคนิค ที่ผู้ฟังไม่เข้าใจ)
  3. ดึงความสนใจให้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น
  4. กระตุ้นให้ผู้ฟังมีชีวิตชีวา
  5. พูดให้โดนใจ – ประโยคโดนๆตอนจบ หรือ คำคม คมความคิด ระหว่างพูด
  6. พูดให้เห็นภาพ – อุปมาอุปมัย
  7. เล่าเรื่อง – ดีที่สุดคือเหตุการณ์จริงที่คุณประสบ ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆก็เจาะมาเล่าได้
 ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
#พี่หนึ่งพัสกร
#วิศวกรสอนปลดหนี้
7
มี.ค.

Heart at Work and People (หัวใจอยู่ที่งานและผู้คน)

4 ระดับพลังงานขับเคลื่อนความสำเร็จ 

1) วิสัยทัศน์
  • อนาคตขององค์กร และคนในองค์กร จะออกมาในรูปแบบไหน
  • บ่งชี้การทำงานเพื่อการมีอนาคต ไม่ใช่เพื่ออดีต
  • ท่อลำเลียงที่จะส่งเป้าประสงค์ และความคาดหวังของคุณไปสู่ลูกทีม
  • องค์กรและผู้คน รู้ว่าสมควรจะมุ่งหน้าไปทางไหน
2) ภารกิจ
  • กำหนดความสนใจ และความเข้มข้นในทุกสิ่งที่คุณและทีมสนใจ
  • ช่วยให้คุณ และลูกทีมยังอยู่บนเส้นทาง
  • การดำรงคงอยู่ของลูกทีม ขึ้นอยู่กับความเข้าใจทั้งคำพูด และความหมายของรายการภารกิจ
3) จุดมุ่งหมาย
  • เงิน ครอบครัว ลูกทีม ชุมชน สังคม เกียรติยศ และความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว์
  • เป็นแรงบันดาลใจขับเคลื่อนการกระทำ
4) เนื้องาน
  • ตัวก่อเกิดผลงาน
  • การสร้างความเป็นรูปธรรม
  • การปฏิสัมพันธ์กับตลาด

6 ระดับชั้น ของพลังแห่งการมุ่งมั่น

ชั้นที่ 1) พฤติกรรม เช่น การรักษาคำพูด ความมีวินัย
ชั้นที่ 2) ความคิดและความรู้สึก เช่น การคิดบวก ความใจสู้
ชั้นที่ 3) ทัศนคติ มีอยู่สองแบบ คือ ลบ และ บวก
ชั้นที่ 4) ความเชื่อ มีอยู่สองแบบ คือ ส่งเสริม และ เหนี่ยวรั้ง
ชั้นที่ 5) คุณค่า คำที่เราคุ้นคือ “ค่านิยม” ของตัวเราว่าเราเป็นคนแบบไหน เช่น ยอมแพ้ง่ายไม่อดทน หรือ เรียนรู้พัฒนาคน
ชั้นที่ 6) ความภาคภูมิใจในตัวเอง (ลึกที่สุด และส่งเสริมกันขั้นต่อขั้น)

รู้จักคลังทักษะ และคุณสมบัติของตัวเอง

ทักษะของคุณ vs คุณสมบัติด้านบวกของคุณ
ทักษะของคุณ : การนำเสนอธุรกิจ และการขายสินค้า, การโทรนัดหมาย, การติดตาม, การตอบข้อโต้แย้ง, ทักษะการโค้ชชิ่ง, การเอ๊กซเรย์องค์กร, การจัดประชุม, การทำอาฟเตอร์มีทติ้ง และอื่นๆ
คุณสมบัติด้านบวก : กฎของการมีสุข มีความหงุดหงิดได้ยาก คิดบวก ไม่ย่อท้อ ทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี สู้ แก้ปัญหายากๆได้ ขยันแบบฉลาด และอื่นๆ ยิ่งมีมากข้อยิ่งส่งเสริมตัวคุณ

5 องค์ประกอบพื้นฐานของการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ

  1. กำหนดผลลัพธ์ที่คุณต้องการจะประสบความสำเร็จที่แน่นอน และชัดเจน
  2. สร้างแผนงานที่เมื่อปฏิบัติตามแล้ว จะทำให้บรรลุเป้าได้ (พิมพ์เขียวองค์กร วิธีซึ่งให้ได้มาซึ่งพีวีในโครงสร้างที่ออกแบบ เนื้องานแค่ไหนในแต่ละวัน)
  3. สร้างแรงจูงใจภายในที่จำเป็นในการลงมือทำงาน (ซึ่งจะทำให้เอาชนะอุปสรรคปัญหาได้) ถ้ามีแต่แรงจูงใจภายนอก จะทำให้ยอมแพ้เร็ว ดังนั้น ต้องเข้าสัมมนา WHY จะทำให้ค้นหาแรงจูงใจภายในได้
  4. สร้างความเชื่อมั่นกับความมั่นใจให้คุณ และสมาชิกในทีมเพื่อทำให้ทุกคนสามารถทำงานในระดับที่ดีที่สุดได้ (ไปให้สุดความสามารถ ความสามารถของเราจะถูกอัพเกรดขึ้น ทั้งการพัฒนาตน การออกไปทำงาน และการโค้ชชิ่งทีม)
  5. ค่อยๆสร้างความมุ่งมั่น เพื่อทีมจะได้ไม่ท้อถอย เมื่อต้องเผชิญปัญหา หรือ อุปสรรคต่างๆ

5 เหตุผลที่ทำให้คุณล้มเหลว

  1. ขาดความมุ่งมั่น และถอนตัวไปก่อน
  2. ขาดความเชื่อมั่นอย่างเข้มข้นว่า พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จตามที่ปรารถนาได้
  3. ไม่ได้รับการกระตุ้นให้ลงมือปฏิบัติ
  4. ขาดแผนงานและไม่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะประสบความสำเร็จ
  5. ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ที่ต้องการได้มา นั้นคืออะไร

3 องค์ประกอบสำคัญพื้นฐานสู่การเป็นผู้นำ “ผู้ได้ใจคน”

  1. มีจุดยืนที่มั่นคง (ชัดเจน ไม่ใช่ย้ายค่ายบ่อย ชวนทีมงานไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีคนตามน้อยลง)
  2. หัวใจแห่งผู้รับใช้ ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่มีแต่ปริมาณ (ไม่เอาตนเองเป็นที่ตั้ง เอาความสำเร็จดาวไลน์มาก่อน จะได้ใจผู้คน และได้ความร่วมแรงร่วมใจ)
  3. ความเอาใจใส่ในตัวผู้อื่น (ถามไถ่ เป็นห่วงเป็นใย ไม่ใช่คุยแต่เรื่องพีวีเรื่องธุรกิจ)
ซึ่งถ้ามีสามเรื่องนี้ จะทำให้เกิด “ไว้วางใจ ร่วมแรงร่วมใจ ความภักดี” ซึ่งคู่แข่งจะมองไม่ออก คิดว่าเป็นแต่เรื่องสินค้า และบริการเท่านั้น

พันธมิตร 3 ระดับ

  1. ระดับทัศนคติ : ดาวไลน์รู้สึกดีกับคุณ และคุณก็รู้สึกดีกับดาวไลน์
  2. ระดับของความเชื่อ : เชื่อมั่นในตัวอัพไลน์ เพราะอัพไลน์ทำอะไรแล้วได้ผล จะทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น
  3. ระดับของการยอมรับร่วมกัน : ได้ใจกัน ดาวไลน์ยอมรับอัพไลน์ และอัพไลน์ก็ยอมรับดาวไลน์ จะไม่มีซักวินาทีที่คิดถึงเรื่องบั่นทอนพลัง ต้องคิดถึงด้านของความละเอียดอ่อนบางด้านที่ขาดหายไป ซึ่งมนุษย์จะเก็บมาคิด เหมือนแก้วที่มันร้าวยากที่จะต่อติดยาก
“จงสร้างโบสถ์วิหาร อย่าคิดว่าเราก่ออิฐ”
6
มี.ค.

The 20/80 Rule (ทำ 20 ให้ได้ 80)

          เฉกเช่น ร่างกายของเรา ที่มีจุดสลบที่เมื่อโดนตึ แล้วจะสลบ เช่น ท้ายทอย โดนตีก็จะสลบได้ แต่ว่าตีแขนหรือขา ก็จะไม่สลบ ดังนั้น ชีวิตเราก็เหมือนกัน ที่เราจะต้องมาดูว่า มีจุดไหนบ้างที่จะ ทำ 20 ให้ได้ผลลัพธ์ 80 คือ ทำไม่เหนื่อยแบบเก่า แต่ผลลัพธ์จะได้มากกว่าเดิม
1) ปรับเปลี่ยนกรอบความคิด
    – เข็มนาฬิกา vs เข็มทิศ –> คนส่วนใหญ่ในโลก ทำงานด้วยเข็มนาฬิกา ไม่ใช้เข็มทิศ คุณต้องตอบคำถามนี้
“คุณกำลังพยายามมุ่งไปทางไหน และทำอะไร สำคัญกว่าคุณจะทำงานได้มากขึ้นหรือไม่ และทำได้ดีแค่ไหน”
“คุณกำลังทำสิ่งทีทำให้คุณบรรลุเป้าหมายหรือไม่”
    – เข็มนาฬิกา คือ ข้อผูกมัด การนัดหมาย แผนกำหนดการ เป้าหมาย กิจกรรมต่างๆ การสื่อสารกับทีม
    – เข็มทิศ คือ วิสัยทัศน์ คุณค่า หลักการ (กฎ) อัตลักษณ์ จิตสำนึก ทิศทางที่คุณดำเนินชีวิต (ถ้าชีวิตยังไม่ดี คนรอบข้างก็ฟีดแบคไม่ดีกับคุณ แสดงว่าคุณจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง เช่น หนังสือที่คุณอ่าน วิธีคิดของคุณ นิสัยของคุณ เป็นต้น)
2) กรอบความคิดกำหนดส่ิงที่คุณจะได้รับ
มองเห็น –> ปฏิบัติ –> ได้รับ —> มองเห็น —->
(จุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้น ต้องดูแลกรอบความคิดของคุณให้ดี)
สภาวะการติดอยู่ในความเร่งรีบ (4 qaudrant of prioritize) เวลาส่วนใหญ่ควรอยู่กับงานสำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน คือ การมองวิสัยทัศน์ การพัฒนาตนพัฒนาทีม การวางแผนงาน การกำหนดค่านิยม การสร้างสายสัมพันธ์ (บัญชีออมใจ ต้องปฏิบัติตนสม่ำเสมอต่อเนื่อง จึงจะชนะใจคน) การสอนอย่างถูกต้อง การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ (ยิ่งมีปัญหากับใคร ยิ่งต้องสื่อสาร ความเงียบ คือ การเพิ่มปัญหา ไม่ฟัง ไม่ปรับ ยิ่งไปกันไม่ได้ สายสัมพันธ์ยิ่งแย่ไปกันใหญ่)
*** เอาเวลา 3 4 มาใช้กับ 2 สุดท้าย ทำ 2 มากขึ้น 1 จะลดลง เราจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่กับ 2 ***
3) การยกระดับตน ด้วยการผนึกพลังความต้องการพื้นฐานทั้งสี่
   – กายภาพ เช่น ร่างกาย การแต่งกาย
   – สังคม เช่น การมีเพื่อน เข้าสังคม
   – สติปัญญา เช่น มนุษย์ความมีสติปัญญาเพิ่มพูน เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดย ฟังซีดี อ่านหนังสือ เข้าสัมมนา
   – จิตวิญญาณ เช่น การคิดถึงองค์กร สังคม ประเทศชาติ ถ้าหากคิดระดับจิตวิญญาณ จะทำให้เราอัพเกรดความสามารถได้ เพราะเราจะมุ่งให้คุณค่ากับคนอื่น แล้วเราจะมีพลังล้นเหลือ
ศักยภาพเฉพาะของมนุษย์ 4 ประการ
  1. การรู้จักตนเอง
  2. จิตสำนึก (รู้เรื่องอะไรควรไม่ควร เช่น จรรยาบรรณ และการสำนึกคุณ) เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่อย่างมีจิตสำนึก
  3. ปณิธานแห่งอิสรภาพ (ควรต้องมีแรงฮึด เพื่อสร้างอิสรภาพให้ได้)
  4. จินตนาการสร้างสรรค์ (เพื่อสร้างความสำเร็จ)
4) การบริหารเวลาโดยการวางกรอบปี แต่จดจ่อรายสัปดาห์
(วางแผนงานรายปี และรายไตรมาส ซึ่งช่วงเวลา 3 เดือนเป็นช่วงเวลาที่คุณปรับอะไรได้ ไม่ยาวไม่สั้นเกินไป, ลงมาเนื้องานรายเดือน และรายสัปดาห์ ซึ่งจะครอบคลุมงานพัฒนาตน และเนื้องานเพื่อสร้างธุรกิจ แต่เราจะไม่จดจ่อรายวัน ซึ่งสั้นเกินไป เปรียบเสมือนคนหาเช้ากินค่ำ)
  1. เชื่อมโยงเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และปณิธานชีวิตของคุณ (ปณิธานที่เป็น ผู้นำที่ช่วยเหลือ เปลี่ยนแปลง ยกระดับชีวิตผู้คน) จงตอบคำถามเหล่านี้ปีละครั้ง
    1. อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ในชีวิตของคุณ
    2. อะไรคือส่ิงที่ทำให้ชีวิตของคุณมีความหมาย
    3. คุณอยากที่จะเป็นอะไร และต้องการที่จะทำอะไรในชีวิต
  2. กำหนดบทบาทของคุณ และส่ิงที่คุณต้องทำรายสัปดาห์ สิ่งที่ต้องทำในบทบาทต่างๆ เช่น ดาวน์ไลน์ อัพไลน์ ผู้จัดการ ผู้นำ เทรนเนอร์ เชียร์ลีดเดอร์ คนขององค์กร ซึ่งไม่ว่าจะสัปดาห์ไหน คุณต้อง “ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ”
  3. ปรับและเลือกเป้าหมาย ในพื้นที่ 2 สำหรับแต่ละบทบาท
  4. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันทำสิ่งเหล่านี้ในสัปดาห์หน้า
    1. ฉันจะรู้สึกอย่างไร ต่อบทบาทที่ฉันเป็น
    2. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันทำได้เพียงบางอย่าง
    3. ฉันจะได้รับผลแตกต่างต่อชีวิต ในทางบวกหรือไม่
    4. ถ้าฉันทำสิ่งเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ จะเป็นอย่างไร
    5. ฉันจะมีประสิทธิผลมากกว่าที่เป็นอยู่นี้หรือไม่

5. จัดตารางทำกิจกรรมประจำสัปดาห์

6. ซื่อสัตย์และรักษาวินัยในการปฏิบัติ

7. ประเมินผล

  1. ฉันได้บรรลุผลในเป้าหมายอย่างไรบ้าง
  2. ฉันได้เผชิญความท้าทายอะไรบ้าง
  3. ฉันได้ตัดสินใจอย่างไร
  4. ในการตัดสินใจ ฉันได้คิดถึงสิ่งสำคัญก่อนหรือไม่
  5. ฉันกำลังคืบหน้าไปสู่เป้าหมายรายปี และวิสัยทัศน์หรือไม่
5) การสร้างข้อตกลงแบบหวังผลร่วมกัน
องค์ประกอบ 5 ประการ
  1. ผลที่ต้องการ
  2. แนวทาง
  3. ทรัพยากร เช่น สื่อ บัตร เวลาของอัพไลน์
  4. ความรับผิดชอบที่วัดผลได้ เช่น จำนวนคนเข้างาน จำนวนคนรับเข็ม
  5. ผลที่จะตามมา
6) การปลดปล่อยศักยภาพจากภายในสู่ภายนอก
  1. ความน่าไว้วางใจ (ส่วนตัวและองค์กร) มีคุณลักษณะ ที่รักษาคำพูด วุฒิภาวะ ความใจกว้าง มีความสามารถ ทักษะ โครางสร้าง และการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
  2. ความไว้วางใจ (มีข้อ 1 และเกิดข้อ 2, มี 5 ข้อ 2 ก็เกิ)
  3. ข้อตกลงแบบชนะ – ชนะ
  4. การกำกับดูแล
  5. โครงสร้างและระบบที่สอดคล้อง
  6. ความรับผิดชอบ ที่วัดผลได้
“เมื่อไรก็ตามที่คุณคิดว่าปัญหานั้นอยู่ที่โน่น ความคิดนั้นแหล่ะคือปัญหา” เราต้องแก้ที่ความคิดของเราก่อนจึงจะสำเร็จ