Archives มีนาคม 2017

อิสรภาพที่แท้จริง

อิสรภาพที่แท้จริง

มนุษย์ทุกคนล้วนมีแรงผลักดัน 3 อย่าง ที่คอยคานอำนาจกันอยู่ ได้แก่ ร่างกาย ศักดิ์ศรี และจิตสำนึก

  • จิตสำนึก ต้องการทำในสิ่งที่ถูกต้อง
  • ศักดิ์ศรี ต้องการเป็นฝ่ายถูกเสมอ
  • ร่างกาย ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายทั้งหมดนั้น

การทำในสิ่งที่ง่ายและสบายๆ เกิดจากแรงผลักดันจากร่างกาย ตัวอย่างของการปล่อยให้แรงผลักดันดังกล่าวทำตามอำเภอใจเกินไปก็คือ การกินแหลก จนถึงการนอนกินบ้านกินเมือง ซึ่งเป็นการทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ หรือการไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ เพียงเพราะรู้สึกว่าเราควรจะเป็นเช่นนั้น

แรงผลักดันจากศักดิ์ศรี อาจกระตุ้นให้เราพูดจาให้คนอื่นกลายเป็นตัวตลก ใช้เงินซื้อตำแหน่ง หรือซื้อรถแพงเกินฐานะ ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อให้คนอื่นมองเราไปในทางใดทางหนึ่ง เมื่อถูกขับเคลื่อนด้วยศักดิ์ศรี เราจะทำในสิ่งที่เราเชื่อว่าจะช่วยให้เรามีภาพลักษณ์ที่ดูดี ซึ่งไม่ได้อยู่บนพื้นฐานบนสิ่งที่ถูกต้อง แต่อยู่บนสิ่งที่ทำให้เราดูดีต่างหาก

สุดท้าย…จิตสำนึก เกี่ยวข้องกับการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าแท้จริงแล้วเราอาจอยากทำสิ่งอื่นก็ตาม

อธิบายง่ายๆก็คือ ร่างกายต้องการทำในสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกดี ศักดิ์ศรีต้องการทำในสิ่งที่ทำแล้วดูดี ส่วนจิตสำนึกต้องการทำในสิ่งที่ดี เมื่อเวลานาฬิกาปลุกดังขึ้นในตอนเช้า แรงผลักดันทั้งสามต่อสู้กันเอง ถ้าเรากดปุ่ม snooze แล้วกลับไปหลับต่อ ทายซิว่าใครเป็นฝ่ายชนะ ?!?

การมีอิสรภาพอย่างแท้จริง นั้นไม่ได้เกี่ยวกับการที่เราสามารถทำสิ่งใดๆก็ได้ที่เรารู้สึกอยากทำ แต่เกี่ยวกับการที่เราสามารถทำสิ่งที่เราอยากจะทำอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าในขณะนั้นเราจะรู้สึกอยากทำสิ่งอื่นที่อยากทำมากกว่าก็ตาม

ขอบคุณครับ / หนึ่ง พัสกร

กรุงโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น (May 2015)

ไปญี่ปุ่นฟรี ! อีกแล้วจ้า ผมชอบมากเลยนะ ไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะเที่ยวฟรีอะ ใครเป็นแบบผม ยกมือในใจนะครับผม 🙂

ทำไมการท่องเที่ยวถึงทำให้ผม และคุณมีความสุข เพราะมันคือ ประสบการณ์ใหม่ๆ อาหาร อากาศ สภาพบ้านเมือง ผู้คน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หัวใจเต้นรัว ความตื่นเต้นแทบทำให้มันเต้นออกมาข้างนอกหน้าอก

โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเจริญกว่าประเทศไทย ถ้าไม่ได้นับว่าค่าครองชีพแพงกว่าเมืองไทย (มว้าาาาาก) อาหารก็อร่อย ถูกปากคนไทย, บ้านเมืองสะอาด สงบเรียบร้อย ปลอดภัย การเดินทางสะดวก สังคมไฮเทค ทันสมัย แทบจะเหมือนว่า “เราอยู่ในอีกโลกนึง”

หนึ่ง พัสกร Successmore มนุษย์เงินล้าน ขายตรง

บางคนทำงานทั้งชีวิตเพื่อได้เที่ยวสักครั้ง, บางคนต้องทำงานจนเกษียณจึงจะได้เที่ยวช่วงบั้นปลาย, บางคนทำงานไปเก็บเงินไป แล้วก็เที่ยวไป อาศัยช่วงพักร้อน หรือหยุดยาว จึงได้ไปเที่ยว, ชีวิตผมนั้นช่างแตกต่าง เพื่อนๆหลายคนบอกว่า “โชคดี” แต่ผมว่าไม่ใช่ ผมแค่เลือกเครื่องมือ หรือ งานที่ใช่ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่ผมต้องการ นั่นคือ งานที่ทำเมื่อสำเร็จแล้ว ได้  #เที่ยวฟรี ผมเดินทางทั่วโลกล้วนฟรีเกือบหมดครับ

13283_10153254867984360_50455066556124573_n

หากคุณเป็นนักเที่ยวแบบผม อยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เก็บภาพสวยๆ (ดูภาพสวยๆ ที่ facebook ของผมได้นะครับ) แล้วที่สำคัญมันฟรี ! ลองติดต่อมาพูดคุยกันนะครับ ยินดีให้ข้อมูลอย่างเปิดกว้าง และไม่ผูกมัดใดๆครับ

ขอบคุณครับ

หนึ่ง พัสกร

เอมสตาร์ AimStar aim star ธุรกิจเครือข่าย งาน รวย ประสบความสำเร็จ ผู้นำ network markeing MLM ออนไลน์

หลุมพลางในธุรกิจเครือข่าย 28 ข้อ

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ จากอัพไลน์ในธุรกิจเครือข่าย (หรือ ขายตรง) ในอดีต จนถึงปัจจุบัน ที่ผมได้เรียนรู้จากประธานหมอสิทธวีร์ เกียรติชวนันท์ ซึ่งเป็นประธานผู้ก่อตั้ง Successmore และที่ปรึกษาของผมธุรกิจนี้ ลองมาไล่เรียงกันทีละข้อกันนะครับ
1) ทำงานหนัก แต่ไม่เรียนรู้ : ช่วงแรกควรจัดเวลา 70% ให้กับการเรียนรู้จากระบบ SLA และออกทำเนื้องาน 30%
2) จัดเวลาไม่เป็น : ใช้เวลาไปกับการเดินทางไปสปอนเซอร์ไกลๆ และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการขายสินค้า จริงๆควรจัดเวลาให้กับงานฟังก์ชั่นก่อน เพื่อให้มีความรู้ และทักษะเพิ่มมากขึ้น (จัดเวลาฟังก์ชั่นที่มีคนเยอะมาก่อน คือ รายเดือน รายสัปดาห์ และค่อยจัดเวลางานรายวัน หรือเนื้องานส่วนตัว)
3) ทำงานลุยเดี่ยว : ไม่ปรึกษาอัพไลน์ ทำแบบผิดๆ ไม่มีการใช้งาน edification ที่ถูกต้อง โอกาสสำเร็จก็ลดน้อยลง
4) คุยกับตัวเองไม่จบ : why ไม่ชัด เดี๋ยวฟูเดี๋ยวแฟบ รักษาระดับอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการสำเร็จจริงๆ ไม่ได้ เมื่อเจอปัญหาอุปสรรเล็กน้อย ก็ห่อเหี่ยว ใจสะออน
5) เป้าหมายไม่ชัด : ทำงานแบบเรื่อยๆ ไม่ได้วางเป้าหมายระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ , ไม่มีพิมพ์เขียว (Blue print) ขององค์กร , “ไม่มีใครประสบความสำเร็จ โดยไม่มีเป้าหมาย”
6) คิดลบ : บ่นนั่น บ่นนี่ สารพัดข้ออ้าง กล่าวโทษ ไม่มีพลังในการขับเคลื่อนตนเอง ตีความเรื่องที่ไม่เป็นใจให้เป็นอุปสรรค ไม่ตีความว่านี่การธรรมชาติ นี่คือบทเรียน ไม่ใช่ความล้มเหลว
7) ส่งลบลงล่าง : ทำลายความเชื่อมั่นองค์กรตนเอง ทีมงานหมดพลัง ให้ปรึกษาเรื่องลบขึ้นหาอัพไลน์เพื่อปรึกษาหารือ เรื่องบวกลงล่าง
8) ไม่สื่อสารเรื่องบวก : รับข้อมูลเรื่องบวกมาแล้ว ไม่มีวินัยในการส่งต่อให้ทีม, ทีมงานไม่ได้ข้อมุลที่เพิ่มความเชื่อมั่น ไม่โปรโมทงานฟังก์ชั่น ธุรกิจเติบโตช้าเหมือนทำธุรกิจคนเดียว
9) รอทุกอย่างพร้อม : ขอให้ทุกอย่างพร้อมจึงจะลงมือทำ ถ้ามีสิ่งสนับสนุนพร้อมทำเต็มที่  ซึ่งต้องให้ทำเต็มที่กับส่ิงที่มีอยู่ให้ดีที่สุด
10) ใช้เครื่องมือน้อย : ไม่เคลื่อนคนเข้างานฟังก์ชั่น (ให้เคลื่อนคนเข้าระบบ 100%) “ใครเคลื่อนคนเข้าระบบมากที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุด” , ไม่ฟังซีดี ไม่อ่านหนังสือ, ไม่ปรึกษาอัพไลน์, ไม่ทำงานเป็นทีม, ทีมมีความรู้ ทักษะ และพลังน้อย, ธุรกิจเติบโตช้า ไม่สำเร็จ ดังนั้น ต้องตัดสินใจเป็น Core leader ทำ 6 ข้อ
11) ไม่สร้างเครื่องมือสนับสนุนธุรกิจ : ไม่เคยจัด HM ซึ่งควรจัดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง, ไม่ร่วมวางแผนในการจัด restart GetStart, ไม่ทำ after meeting, ไม่สื่อสารข้อมูลต่างๆ ให้องค์กร (ควรตั้ง line กลุ่มตัวเอง และสื่อสารข้อมูลด้วยตนเอง)
12) ไม่ส่งผ่านความรู้และทักษะ : ไม่มีเทรนนิ่งกลุ่มย่อย เพื่อให้ความรู้เรื่องการเริ่มต้น เป้าหมายเพื่อให้ทีมเข้าใจระบบ SLA 3456 โดยเร็วที่สุดด้วยตัวคุณเอง , หน้าที่ของเราคือการสอนคน ถ้าสอนคนได้ ทุกคนก็เติบโต, รายได้ของเราแปรผันตามความรู้ของคนในองค์กร
13) ไม่ประเมินองค์กร : ไม่มีความรู้ และทักษะในการประเมินองค์กร ทีมตั้งเป้าหมายแล้ว เราไม่ช่วยติดตามและประเมินผล ไม่ใช้ vital sign และตัวชี้วัดต่างๆ KPI ในการประเมินองค์กร , ประเมินว่าทีมไม่ถึงเป้าหมายแน่แล้ว ก็ปล่อยผ่าน ไม่หาหนทางแก้
14) ไม่โค้ชชิ่งองค์กร : ปล่อยให้แต่ละคนในองค์กรเติบโตไปตามยถากรรม , คนในองค์กรไม่มีเป้าหมาย , why ของเป้าหมายไม่ชัดเจน ล้มเลิกง่าย , ควรโค้ชชิ่งทีม 2 ครั้งต่อเดือน (ต้นเดือน และกลางเดือน) ครั้งละ 20-30 นาที , เพื่อให้ทีมชัดเจนต่อเป้าหมาย และมีแผนงานไปสู่เป้าหมาย
15) ติดตามผิดคน : ไม่เข้าใจเทคนิคการกรองคนที่ใช่จากฟังก์ชั่น มัวแต่ตามคนที่อยู่นอกฟังก์ชั่น เสียเวลาติดตามคนไม่กี่คน ไม่ค้นหาผู้นำจากคนใหม่ๆ
16) judgement ผิดพลาด : เมื่อฟังปัญหาระหว่างคนในองค์กร ต้องเป็นกลาง อย่าหูเบา จะเกิดความแตกแยกในองค์กร
17) ไม่โปรโมทองค์กร : ขาดทักษะในการโปรโมท ได้ใช้เครื่องมือที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นน้อย, ต้องโปรโมทให้เชื่อองค์กรก่อนที่จะเชื่อตัวบุคคล
18) ไม่บริหารความเชื่อ : เมื่อเกิดปัญหา ความเชื่อมั่นจะลดลงเสมอ พลังจะลดน้อยลง ต้องใช้ฟังก์ชั่นงาน และโค้ชชิ่งกับอัพไลน์เสมอ เพื่อให้มีพลัง และรักษาระดับความเชื่อไว้ได้
19) ไม่ edify อัพไลน์ : และอัพไลน์ต้องส่งพลังกลับด้วย อย่าลืมนะ
20) ให้คำปรึกษาข้ามสายงาน : เพราะไม่เข้าใจว่าเป็นข้อห้ามทางธุรกิจ ทำให้ขาดความเชื่อมั่นต่อ Line of Sponsor (LOS)
21) ตั้งชื่อกลุ่มตัวเอง : และประกาศให้คนรับรู้ เป็นค่านิยมที่ผิด ซึ่งทำมีความแตกแยกกันเกิดขึ้น ทำให้คนในกลุ่มอื่นๆ เกิดความอึดอัด ขาดความสามัคคี , ควรเรียกว่าอยู่ในสายงานของใครก็พอ
22) Over Motivate : ได้หมื่นบอกแสน ได้แสนบอกล้าน สร้างความคาดหวังผิดๆ ไม่ต้องเรียนรู้ ไม่ต้องประชุม ไม่ต้องขายของ เมื่อทำไม่ได้ ก็จะล้มเลิกเร็ว
23) ทำผิดกฎจรรยาบรรณ : ไม่ซื่อสัตย์ ต้องการสำเร็จเร็ว ซื้อปิดยอด แล้วเอาไปขายตัดราคา (ปัจจุบัน บริษัทฯ ตัดรหัสไปแล้ว 400 กว่ารหัส) , ชวนสมาชิกคนอื่นให้มาสมัครกับตนเอง
24) Commit ในเรื่องที่ทำไม่ได้ : เช่นนัดดาวไลน์แล้วไม่ไปตามนัด รับปากกว่าทำได้ แล้วทำไม่ได้ ให้โปรโมชั่นดาวไลน์แล้วไม่ให้ตามสัญญา
25) ยืมเงิน หรือ ยืมสินค้า : ไม่ควรยืมทั้งอัพไลน์ และดาวไลน์ (รวมถึงไซด์ไลน์) เมื่อคืนไม่ได้สายสัมพันพ์จะเสียรุนแรง, เจ้าหนี้ก็ทวง ลูกหนี้ก็หนี สุดท้ายก็ “วงแตก” เพราะว่าคนยืมจะมีวิธีคิดว่า ก็อัพไลน์ได้เงินโบนัสไปแล้ว ก็คืนช้าหน่อยจะเป็นไรไป ซึ่งเป็นวิธีคิดที่จะทำให้พังแน่นอน
26) มีเรื่องชู้สาว : เข้ามาทำธุรกิจเพื่อสร้างชีวิต ไม่ได้มาหากิ๊ก คนถูกตามจะรำคาญ แล้วก็จะหายไปจากธุรกิจ สร้างความแตกแยกในครอบครัว ไม่ได้เป็นอย่างที่ดี
27) ชอบเอาเปรียบ : ดูแต่ยอดจาก Back Office แต่ไม่ทำงานพื้นฐาน ไม่ไปร่วมจัด HM, ReStart หรือ Training, ปล่อยให้ทีมทำงานหนัก แต่ตนเองสบาย
28) ทำธุรกิจเครือข่ายมากกว่า 1 ธุรกิจ (ที่เป็นเครือข่าย) : จับปลาสองมือ ไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี , ดาวไลน์ลอกเลียนแบบ , ล้มเหลวแน่นอน , เกษียณไม่ได้ แม้ว่าเราจะไปขายสินค้าแบบ SLM ก็ทำไม่ได้ เพราะยังไงก็ไม่สำเร็จ
หากคุณต้องการความสำเร็จ และสนใจเครื่องมือ #ธุรกิจเครือข่าย และ #ธุรกิจซัคเซสมอร์ ลองแอดไลน์ มาพูดคุยกันก่อนได้นะครับ ยินดีตอบทุกคำถามคาใจของคุณ LINE
ขอบคุณที่ติดตามครับ
หนึ่ง พัสกร